แซร์ดาน ชากิรี (Xherdan Shaqiri) เกิดเมื่อวันที่ 10 ต.ค. ปี 1991 ที่เมืองจิลยาน
เดิมเป็นพื้นที่ของประเทศยูโกสลาเวีย
ทั้งนี้ พ่อแม่ของ ชากิรี เป็นคนเชื้อสายคอซอวอในแอลเบเนีย
แต่อพยพไปตั้งรกรากในสวิตเซอร์แลนด์ตั้งแต่ปี 1992 หรือตั้งแต่ตอน ชากิรี อายุเพียง 1 ขวบ
ครอบครัวของ ชากิรี ไปอยู่ที่เมืองเอาก์สท์ ทางตอนเหนือของสวิตเซอร์แลนด์
ใกล้กับชายแดนเยอรมนีและฝรั่งเศส
พ่อของ ชากิรี พูดภาษาเยอรมันไม่ได้ จึงเริ่มจากทำงานล้างจานในร้านอาหาร ก่อนจะไปทำงานก่อสร้าง
ขณะที่แม่เป็นพนักงานทำความสะอาดภายในอาคาร ซึ่งได้ลูกทั้ง 3 คน ช่วยกันทำงานด้วย
แม้ชีวิตวัยเด็กจะยากลำบาก แต่ทว่า ชากิรี ก็ชื่นชอบฟุตบอล และสนใจอย่างจริงจัง โดยมีไอดอลคือ
โรนัลโด อดีตกองหน้าทีมชาติบราซิล

ก้าวแรกสู่ฟุตบอล


ตอนอายุ 8 ขวบ ชากิรี ได้เริ่มต้นเล่นฟุตบอลกับ เอสฟาว เอาก์สท์ ทีมฟุตบอลท้องถิ่น
ก่อนจะย้ายไปเข้าทีมเยาวชนของ เอฟซี บาเซิล ทีมดังของสวิตเซอร์แลนด์ ในอีก 2 ปีต่อมา
ระหว่างเล่นกับทีมชุดเล็กของ บาเซิล เส้นทางของ ชากิรี ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว
และเคยได้รับการทาบทามจากสโมสร แต่ทว่า ชากิรี เลือกปักหลักลับฝีเท้ากับ บาเซิล
จนได้ลงเล่นกับทีมสำรอง ในปี 2007
ชากิรี ได้เซ็นสัญญาอาชีพ และเลื่อนขึ้นชุดใหญ่ของ บาเซิล ในปี 2009
และเริ่มเป็นตัวจริงของทีมนับตั้งแต่ตอนนั้น
ฟอร์มการเล่นของ ชากิรี โดดเด่นขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างเล่นกับ บาเซิล โดยเฉพาะผลงานในรายการ ยูฟา
แชมเปียนส์ ลีก จนกลายเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่ตกเป็นเป้าหมายของทีมดังในยุโรป เช่น แมนเชสเตอร์
ยูไนเต็ด

ชากิรี เลือกย้ายไปร่วมทัพ บาเยิร์น มิวนิก ในฤดูกาล 2012-13 ด้วยค่าตัว 11.8 ล้านยูโร หรือราว 400
ล้านบาท แม้รู้ว่าต้องแย่งชิงตำแหน่งกับแข้งสตาร์หลายคน เช่น ฟรองค์ ริเบรี, อาร์เยน ร็อบเบน
และโธมัส มึลเลอร์

สัมผัสถ้วยแชมป์ยุโรป


ฤดูกาลแรกของ ชากิรี ในสีเสื้อ บาเยิร์น จบลงด้วย 3 แชมป์ ได้แก่ บุนเดสลีกา, ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก
และเดเอฟเบ โพคาล ตามมาด้วย ยูฟา ซูเปอร์ คัพ และฟีฟา คลับ เวิลด์ คัพ ในปี 2013
หลังจากนั้น โอกาสลงสนามของ ชากิรี น้อยลงอย่างเห็นได้ชัดในยุคของ เปป กวาร์ดิโอลา
และต้องย้ายไปร่วมทัพ อินเตอร์ มิลาน ในเดือน ม.ค. ปี 2015 ด้วยสัญญายืมตัว
ก่อนจะเซ็นสัญญาถาวรด้วยค่าตัว 15 ล้านยูโร หรือราว 505 ล้านบาท หลังจบฤดูกาล 2014-15
ตามเงื่อนไขบังคับซื้อขาด
อย่างไรก็ดี ในเดือน ส.ค. ปี 2015 หรือเพียง 1 เดือนหลังซื้อขาด อินเตอร์ มีปัญหาเรื่อง ไฟแนนเชียล
แฟร์ เพลย์ จำเป็นต้องปล่อย ชากิรี ไปให้กับ สโตค ซิตี ด้วยค่าตัว 17 ล้านยูโร หรือราว 570 ล้านบาท
ชากิรี กลับมาคืนฟอร์มเก่งอีกครั้งกับ สโตค โดยเริ่มฤดูกาลแรกด้วยผลงานอันยอดเยี่ยม พาทีมจบอันดับ
9 ในรายการ พรีเมียร์ ลีก หลังจากเส้นทางเริ่มสะดุด ระหว่างเล่นกับ บาเยิร์น และอินเตอร์
เนื่องจากไม่ได้ลงสนามต่อเนื่อง
ชากิรี ทำผลงานส่วนตัวได้ดี และเป็นความหวังของ สโตค แต่มีปัญหาขัดแย้งกับสโมสรในเดือน มี.ค. ปี
2018 จากการไปให้สัมภาษณ์กับนิตยสารในสวิตเซอร์แลนด์ ว่า เพื่อนร่วมทีมไม่มีคุณภาพ
และต่อให้ได้ยอดแข้งอย่าง โรนัลดินโญ ผลงานของทีมก็ไม่ดีขึ้น
หลังจากมีปัญหาหลายด้านฤดูกาล 2017-18 สโตค จบอันดับโซนตกชั้นในตารางคะแนน พรีเมียร์ ลีก
โดยหลังจบฤดูกาล ชากิรี ย้ายไปร่วมทัพ ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 13.5 ล้านปอนด์ หรือราว 530 ล้านบาท
แม้จะเป็นตัวเลือกรองในแนวรุกของ เยือร์เกน คล็อปป์ แต่เมื่อได้โอกาสลงสนาม ชากิรี
ก็ทำผลงานได้ดีทุกครั้ง และมีส่วนช่วยให้ ลิเวอร์พูล คว้าถ้วย แชมเปียนส์ ลีก เป็นสมัยที่ 6 ของสโมสร

ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์
ชากิรี เลือกเล่นให้กับทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ โดยติดทีมเยาวชนมาตั้งแต่รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี, 18 ปี, 19
ปี และ 21 ปี
ทั้งนี้ สมัยเล่นกับเยาวชนทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ชากิรี เป็นหนึ่งในขุนพลคว้าแชมป์ ฟุตบอลโลก ยู 17
ในปี 2009 รุ่นเดียวกับ ชาริล ชัปปุยส์ กองกลางทีมชาติไทย, ริคาร์โด โรดริเกซ และกรานิท ชากา
ชากิรี ติดทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ชุดใหญ่ครั้งแรกในเดือน มี.ค. ปี 2010 และติดทีมไปลุยศึก ฟุตบอลโลก
2010 แต่จอดแค่รอบแบ่งกลุ่มเท่านั้น
หลังจากนั้น ชากิรี ติดทีมชาติชุด ฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล และช่วยทีมเข้าไปถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย
แต่พ่ายให้กับทีมชาติอาร์เจนตินา ก่อนจะมาช่วยทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ได้ตั๋วลุย ยูโร 2016
แต่ก็ยังหยุดอยู่ที่รอบ 16 ทีมสุดท้ายอีกครั้ง
ส่วนรายการ ฟุตบอลโลก 2018 ที่บราซิล ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ก็เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย
และไปพ่ายอีกครั้งให้กับทีมชาติสวีเดน
ปัจจุบัน ชากิรี ติดทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ไปแล้ว 82 นัด ยิงได้ 22 ประตู

รางวัลในการเล่นฟุตบอลอาชีพ

เอฟซี บาเซิล
สวิส ซูเปอร์ ลีก 3 สมัย (ฤดูกาล 2009–10, 2010–11 และ 2011–12)
สวิส คัพ 2 สมัย (ฤดูกาล 2000-10 และ 2011-12)

บาเยิร์น มิวนิก
บุนเดสลีกา 2 สมัย (ฤดูกาล 2012-13 และ 2013-14)
เดเอฟเบ โพคาล 2 สมัย (ฤดูกาล 2012-13 และ 2013-14)

เดเอฟแอล ซูเปอร์คัพ 1 สมัย (ปี 2012)
ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก 1 สมัย (ฤดูกาล 2012-13)
ยูฟา ซูเปอร์ คัพ 1 สมัย (ปี 2013)
ฟีฟา คลับ เวิลด์ คัพ 1 สมัย (ปี 2013)

ลิเวอร์พูล
ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก 1 สมัย (ฤดูกาล 2018-19)
ยูฟา ซูเปอร์ คัพ 1 สมัย (ฤดูกาล 2019)
ฟีฟา คลับ เวิลด์ คัพ 1 สมัย (ปี 2019)

รางวัลส่วนตัว
นักเตะยอดเยี่ยมลีกสวิส 1 สมัย (ปี 2012)
นักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมลีกสวิส 1 สมัย (ปี 2012)

ผลบอลสด รวดเร็วก่อนใคร FinalGoal 
มีให้โหลดทั้ง Andriod และ IOS

Leave a Reply