แกรี ลินีเกอร์ (Gary Lineker) เกิดเมื่อวันที่ 30 พ.ย. ปี 1960 ที่เมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ
และเติบโตในเมืองเลสเตอร์
ลินีเกอร์ ชอบเล่นกีฬาตั้งแต่เด็ก ทั้งฟุตบอล และคริกเก็ต
ซึ่งมีแววจนได้ตำแหน่งกัปตันทีมคริกเก็ตของโรงเรียนด้วย
แม้จะมีแววด้านคริกเก็ต แต่ทว่า ลินีเกอร์ เลือกเล่นฟุตบอล โดยได้เข้าร่วมทีมเยาวชนของ เลสเตอร์ ซิตี
ในปี 1976 ก่อนเซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพ เริ่มตั้งแต่ฤดูกาล 1978-79
ฤดูกาลต่อมา ลินีเกอร์ ได้ลงสนามในระดับ ดิวิชั่น 2 ทั้งหมด 19 นัด และช่วยให้ เลสเตอร์
ได้แชมป์ลีกรองไปครอง แต่ฤดูกาล 1980-81 กับดิวิชั่น 1 หรือลีกสูงสุด ลินีเกอร์ มีโอกาสลงสนามแค่ 9
นัด ขณะที่ เลสเตอร์ ตกชั้นไปเล่นลีกรองอีกครั้ง
ลินีเกอร์ เริ่มแจ้งเกิดเต็มตัวในฤดูกาล 1981-82 ในระดับ ดิวิชั่น 2 เพราะได้ลงสนามเป็นตัวจริง
และยิงได้ทั้งหมด 19 ประตู นับรวมทุกรายการ พาทีมไปถึงรอบรองชนะเลิศ เอฟเอ คัพ
แต่พลาดโอกาสเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุด
ฤดูกาล 1982-83 ลินีเกอร์ ยิงได้ถึง 26 ประตู และช่วยพาทีมเลื่อนชั้นได้สำเร็จ
ก่อนจะมาระเบิดฟอร์มในระดับ ดิวิชั่น 1 ฤดูกาลต่อมา ด้วยผลงาน 22 ประตู
คว้ารางวัลดาวซัลโวสูงสุดของลีก
หลังจากนั้น ลินีเกอร์ ย้ายไปร่วมทัพ เอฟเวอร์ตัน ด้วยค่าตัว 800,000 ปอนด์ ในฤดูกาล 1985-86
และยิงได้ถึง 40 ประตู จากการลงสนาม 57 นัด รวมทุกรายการ ในฤดูกาลแรกกับต้นสังกัดใหม่
ผงาดคว้ารางวัลดาวยิงสูงสุดของลีกอีกครั้ง
ผลงานของ ลินีเกอร์ ร้อนแรงต่อเนื่องไปจนถึงรายการ ฟุตบอลโลก ปี 1986 ที่เม็กซิโก โดยยิงได้ 6
ประตู คว้ารางวัลรองเท้าทองคำ หรือดาวซัลโวประจำรายการไปครอง

ย้ายค้าแข้งลีกสเปน
ช่วงซัมเมอร์ ปี 1986 บาร์เซโลนา ยักษ์ใหญ่แห่ง ลา ลีกา สเปน ขอซื้อตัว ลินีเกอร์ ไปร่วมทัพ
ด้วยค่าตัวสูงถึง 2.8 ล้านปอนด์ หลังโชว์ฟอร์มเยี่ยมทั้งสโมสรและทีมชาติ
ฤดูกาลแรก ลินีเกอร์ ยิงได้ทั้งหมด 21 ประตู นับรวมทุกรายการ
รวมถึงลูกยิงแฮททริคใส่อริตลอดกาลอย่าง เรอัล มาดริด ก่อนจะมีส่วนช่วยให้ บาร์ซา คว้าแชมป์ โกปา
เดล เรย์ ฤดูกาล 1987-88 ก่อนจะได้แชมป์ คัพ วินเนอร์ส คัพ ปี 1989
อย่างไรก็ดี ลินีเกอร์ เริ่มหลุดจากตำแหน่งตัวจริงของทีม เนื่องจาก โยฮัน ครอยฟ์ เทรนเนอร์ของทีม
ตัดสินใจส่งไปเล่นตำแหน่งปีกขวา จากตำแหน่งกองหน้า
ลินีเกอร์ ตัดสินใจอำลา บาร์ซา ช่วงซัมเมอร์ ปี 1989 โดยมีสถิติลงสนามในรายการ ลา ลีกา ทั้งหมด
103 นัด ตลอดระยะเวลา 3 ฤดูกาล และยิงได้ 42 ประตู
กลายเป็นนักเตะบริติชยิงประตูในลีกสเปนได้สูงสุด ก่อนจะมาเสียสถิติให้กับ แกเร็ธ เบล ในเดือน มี.ค.
ปี 2016
เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สนใจเซ็นสัญญา ลินีเกอร์
เพื่อเป็นตัวแทนของ มาร์ค ฮิวจ์ส แต่ท้ายที่สุด ลินีเกอร์ เลือกย้ายไป ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ด้วยค่าตัว
1.1 ล้านปอนด์
ลินีเกอร์ ค้าแข้งกับ สเปอร์ส 3 ฤดูกาล ได้ลงสนาม 105 นัด และยิงได้ 67 ประตู มีส่วนช่วยให้ สเปอร์ส
คว้าถ้วย เอฟเอ คัพ ทั้งยังเคยได้รางวัลดาวยิงสูงสุดของลีกอังกฤษ ฤดูกาล 1989-90
หลังจากนั้น ลินีเกอร์ ตัดสินใจย้ายไป นาโกยา แกรมปัส เอท สโมสรของญี่ปุ่น ด้วยค่าตัว 2 ล้านปอนด์
ช่วงกลางปี 1992 ซึ่งตรงกับช่วงก่อตั้ง เจ ลีก ขึ้นมาพอดี แต่เมื่อย้ายไปญี่ปุ่น ลินีเกอร์
มีอาการบาดเจ็บบ่อยครั้ง จนได้ลงสนามแค่ 23 นัด ยิงได้ 9 ประตู และตัดสินใจเลิกเล่นฟุตบอลในเดือน
ก.ย. ปี 1994 ด้วยวัย 34 ปี

ทีมชาติอังกฤษ และที่มาของฉายา

ลินีเกอร์ ติดทีมชาติครั้งแรกในปี 1984 ก่อนจะไปลุยศึก ฟุตบอลโลก 1986 ที่เม็กซิโก และยิงได้ถึง 6
ประตู คว้ารางวัลรองเท้าทองคำไปครอง ซึ่งเป็นนักเตะทีมชาติอังกฤษคนแรกที่ได้รางวัลดังกล่าว
แต่ผลงานของทีมชาติตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย โดยพ่ายให้กับทีมชาติอาร์เจนตินา และดิเอโก มาราโดนา
อย่างไรก็ดี ในรายการ ยูโร 1988 ลินีเกอร์ ยิงไม่ได้แม้แต่ประตูเดียว
ขณะที่ทีมชาติอังกฤษตกรอบแบ่งกลุ่ม
หลังจากนั้น ลินีเกอร์ พาทีมชาติอังกฤษเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 1990 โดยยิงได้ 4 ประตู
และลงเล่นรายการ ยูโร 1992 เป็นรายการสุดท้ายในนามทีมชาติอังกฤษ ก่อนจะเลิกเล่นทีมชาติ
โดยมีผลงานลงสนาม 80 นัด 48 ประตู
ทั้งนี้ ตลอดการเล่นฟุตบอลอาชีพ ลินีเกอร์ ได้รับการยกย่องจากการเล่นอย่างใสสะอาด
และไม่เคยได้ใบเหลืองใบแดงแม้แต่ครั้งเดียว จนได้รับฉายาว่า “มิสเตอร์ ไนซ์ กาย” (Mr. Nice Guy)
โดยปัจจุบัน ลินีเกอร์ ทำงานเป็นพิธีกรช่องบีบีซี

เกียรติประวัติในการเล่นอาชีพ

เลสเตอร์ ซิตี
ฟุตบอล ลีก ดิวิชัน 2 อังกฤษ 1 สมัย (ฤดูกาล 1979-80)

เอฟเวอร์ตัน
เอฟเอ แชริตี ชีลด์ 1 สมัย (ปี 1985)

บาร์เซโลนา
โกปา เดล เรย์ 1 สมัย (ฤดูกาล 1988)
คัพ วินเนอร์ส คัพ 1 สมัย (ฤดูกาล 1989)

ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์
เอฟเอ คัพ 1 สมัย (ฤดูกาล 1991)
เอฟเอ แชริตี ชีลด์ 1 สมัย (ปี 1991)

รางวัลส่วนตัว
ดาวซัลโว ฟุตบอล ลีก ดิวิชัน 2 อังกฤษ 1 สมัย (ฤดูกาล 1982-83)
ดาวซัลโว ฟุตบอล ลีก ดิวิชัน 1 อังกฤษ 3 สมัย (ฤดูกาล 1984-85, 1985-86 และ 1989-90)
นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมนักฟุตบอลอังกฤษ (PFA) 1 สมัย (ฤดูกาล 1985-86)
นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมนักข่าวอังกฤษ 2 สมัย (ฤดูกาล 1985-86 และ 1991-92)
ดาวซัลโว ฟุตบอลโลก 1 สมัย (ปี 1986)

ผลบอลสด รวดเร็วก่อนใคร FinalGoal 
มีให้โหลดทั้ง Andriod และ IOS

Leave a Reply