มิเกล อาร์เตตา อมาเตรียอิน (Mikel Arteta Amatriain) เกิดเมื่อวันที่ 26 มี.ค. ปี 1982 ที่เมืองซาน
เซบาสเตียน ประเทศสเปน
อาร์เตตา ฝึกฟุตบอลตั้งแต่อายุ 9 ขวบ กับสโมสร อันติกัวโค ทีมเยาวชนท้องถิ่นในแคว้นบาสก์
และสนิทกับ ชาบี อลอนโซ ตั้งแต่สมัยเด็ก
ทั้งนี้ อาร์เตตา และอลอนโซ มีความฝันจะเล่นด้วยกันที่สโมสร เรอัล โซเซียดัด ทีมดังประจำแคว้น
แต่เส้นทางของทั้งสองคนก็แยกจากกัน โดยตอนอายุ 15 ปี อาร์เตตา เลือกย้ายไป บาร์เซโลนา เบ
ขณะที่ อลอนโซ ไปเซ็นสัญญากับ เรอัล โซเซียดัด ในปีต่อมา
อาร์เตตา ได้โอกาสลงเล่นในระดับทีม เซ และทีม เบ แต่ไม่สามารถเบียดขึ้นสู่ชุดใหญ่ของ บาร์ซา
โดยเลือกย้ายออกไปค้าแข้งที่ฝรั่งเศสกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ในตลาดนักเตะเดือน ม.ค. ปี 2001
ระหว่างการค้าแข้งกับ เปแอสเช อาร์เตตา ปรับเปลี่ยนจากตำแหน่งกองกลางตัวรับ
มาเล่นเป็นเพลย์เมกเกอร์เต็มตัว ซึ่งกลายมาเป็นเวทีแจ้งเกิด อีกทั้งได้ลงเล่นระดับ ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก
เป็นประสบการณ์ใหม่ด้วย
ช่วงซัมเมอร์ ปี 2002 อาร์เตตา หมดสัญญายืมตัวกับ เปแอสเช และไปเซ็นสัญญากับ เรนเจอร์ส
ทีมดังของสกอตแลนด์ ด้วยค่าตัว 6 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 240 ล้านบาท
อาร์เตตา ประเดิมฤดูกาลแรกในลีกสกอตแลนด์ด้วยฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยม พร้อมกับพาทีมกวาด 3
ถ้วยในประเทศ ได้แก่ สกอตติช พรีเมียร์ ลีก, สกอตติช คัพ และสกอตติช ลีก คัพ
หลังจบฤดูกาล 2003-04 อาร์เตตา ย้ายกลับไปสเปน โดยเซ็นสัญญากับ เรอัล โซเซียดัด
ทีมโปรดในวัยเด็ก ด้วยค่าตัว 4 ล้านยูโร หรือประมาณ 140 ล้านบาท
ทั้งนี้ อาร์เตตา ได้รับความคาดหวังว่าจะได้เล่นกับเพื่อนในวัยเด็กอย่าง อลอนโซ เมื่อย้ายกลับซาน
เซบาสเตียน แต่ในช่วงซัมเมอร์เดียวกัน อลอนโซ ย้ายไปร่วมทัพ ลิเวอร์พูล ส่วนผลงานของ อาร์เตตา
กลับไม่ดีเหมือนตอนอยู่สกอตแลนด์

อย่างไรก็ดี เดวิด มอยส์ ผู้จัดการทีม เอฟเวอร์ตัน เห็นแววของ อาร์เตตา
และขอยืมตัวไปร่วมทีมในเดือน ม.ค. ปี 2005 ในฐานะตัวแทนของ โธมัส กราเวเซน ซึ่งย้ายไปร่วมทัพ
เรอัล มาดริด
อาร์เตตา หาฟอร์มเก่งเจออีกครั้ง เมื่อย้ายไปเล่นในอังกฤษ
โดยได้รับเลือกจากแฟนบอลให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมของทีม พร้อมกับพาทัพ เอฟเวอร์ตัน จบอันดับ 4
ในตาราง พรีเมียร์ ลีก ได้สิทธิ์ไปเพลย์ออฟ ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก แต่กลับพ่ายให้กับ บียาร์เรอัล
พลาดโอกาสเข้ารอบแบ่งกลุ่ม
ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยม อาร์เตตา จึงได้เซ็นสัญญาถาวรกับ เอฟเวอร์ตัน ในเดือน ก.ค. ปี 2005
ด้วยค่าตัว 2 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 80 ล้านบาท
ฤดูกาล 2005-06 อาร์เตตา ยังทำผลงานได้ดีเหมือนเดิม และได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของทีมอีกครั้ง
จนได้รับการยกย่องเป็นหนึ่งในกองกลางแถวหน้าของ พรีเมียร์ ลีก และยังคงเป็นหัวใจสำคัญของ
เอฟเวอร์ตัน มาโดยตลอด จนกระทั่งมีชื่อติดทีมชาติสเปนครั้งแรกในเดือน ก.พ. ปี 2009
อย่างไรก็ดี อาร์เตตา กลับได้รับอาการบาดเจ็บเอ็นหัวเข่า จนพลาดโอกาสรับใช้ชาติครั้งแรก
อีกทั้งใช้เวลาพักฟื้นเกือบ 1 ปี และเมื่อกลับมาลงสนามได้อีกครั้งในเดือน ม.ค. ปี 2010
ผลงานก็ยังไม่เหมือนตอนพีคสุดๆ
ช่วงซัมเมอร์ ปี 2011 อาร์เตตา ตัดสินใจย้ายไป อาร์เซนอล ด้วยค่าตัว 10 ล้านปอนด์ หรือประมาณ
400 ล้านบาท และกลายเป็นแข้งหลักของทีมตั้งแต่ฤดูกาลแรก ก่อนจะได้ตำแหน่งรองกัปตันทีม
ในฤดูกาล 2012-13 ภายหลัง โรบิน ฟาน เพอร์ซี ย้ายไปร่วมทัพ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
จนกระทั่งฤดูกาล 2013-14 อาร์เตตา สามารถพาทัพ อาร์เซนอล เข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ
และช่วยทีมได้แชมป์ในฐานะกัปตัน กลายเป็นแชมป์แรกของ อาร์เตตา กับฟุตบอลอังกฤษ
หลังจากนั้น อาร์เตตา ได้รับตำแหน่งกัปตันทีม อาร์เซนอล ในฤดูกาล 2014-15
แต่กลับมีปัญหาอาการบาดเจ็บ ส่งผลให้ได้ลงสนามแค่ 11 นัด ตลอดฤดูกาล เช่นเดียวกับฤดูกาล 2015-
16 ซึ่งได้ลงสนามแค่ 14 นัด ก่อนจะแขวนสตั๊ดหลังจบฤดูกาล

ทีมชาติสเปน และทีมชาติอังกฤษ

อาร์เตตา ติดทีมชาติสเปนชุดเยาวชนหลายรุ่น ตั้งแต่รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี, 17 ปี, 18 ปี และ 21 ปี
แต่ไม่เคยติดทีมชาติชุดใหญ่แม้แต่นัดเดียว
ทั้งนี้ อาร์เตตา เคยติดทีมชาติสเปนลุยทัวร์นาเมนต์ใหญ่ระดับเยาวชนหลายครั้ง รวมถึง รายการ ยูโร
รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ในปี 1999 ตามมาด้วยรายการ ฟุตบอลโลก รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ในปีเดียวกัน
อาร์เตตา เคยมีโอกาสเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษ ในปี 2010 หลังจากสมาคมฟุตบอลอังกฤษ และฟาบิโอ
คาเปลโล ผู้จัดการทีม พยายามหาช่องทาง หลังเล็งเห็นว่าอยู่อังกฤษมานานเกิน 5 ปี ตามกฎของฟีฟา
แต่ท้ายที่สุด ฟีฟากลับไม่อนุญาตให้ อาร์เตตา ลงเล่นกับทีมชาติอังกฤษ

เส้นทางอาชีพโค้ช
อาร์เตตา แขวนสตั๊ดในปี 2016 และได้รับข้อเสนอจาก อาร์เซน เวนเกอร์ ให้ดูแลทีมเยาวชนของ
อาร์เซนอล เช่นเดียวกับข้อเสนอจาก เมาริซิโป โปเช็ตติโน ผู้จัดการทีม ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์
ให้ไปเป็นผู้ช่วย หลังจากเคยเล่นร่วมกันตอนอยู่กับ เปแอสเช
ขณะที่ เปป กวาร์ดิโอลา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี ซึ่งเคยเจอกันตั้งแต่สมัยอยู่ในทีมเยาวชนของ
บาร์ซา และยังติดต่อกันอยู่เป็นประจำ ก็ทาบทาม อาร์เตตา ไปร่วมงานด้วย
และตอบรับข้อเสนอดังกล่าว
ทั้งนี้ อาร์เตตา เป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ ซิตี ในชุดคว้าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก 2 สมัย จนกระทั่ง
อาร์เซนอล ตัดสินใจปลด อูไน เอเมรี ออกจากตำแหน่ง และดึงตัว อาร์เตตา
กลับมาในฐานะผู้จัดการทีมในเดือน ธ.ค. 2019
ซึ่งเป็นการประเดิมหวนคืนรังเก่าในฐานะกุนซือที่ต้องเข้ามาช่วยกอบกู้วิกฤตของทีม

เกียรติประวัติในการเล่นฟุตบอล

ปารีส แซงต์ แชร์กแมง
ยูฟา อินเตอร์โตโต คัพ 1 สมัย (ปี 2001)

เรนเจอร์ส
สกอตติช พรีเมียร์ ลีก 1 สมัย (ฤดูกาล 2002-03)
สกอตติช ลีก คัพ 1 สมัย (ฤดูกาล 2002-03)

อาร์เซนอล
เอฟเอ คัพ 2 สมัย (ฤดูกาล 2013-14 และ 2014-15)
เอฟเอ คอมมูนิตี ชีลด์ 2 สมัย (ปี 2014 และ 2015)

ทีมชาติสเปน
ยูโร รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี 1 สมัย (ปี 1999)

รางวัลส่วนตัว
นักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำเดือน สกอตติช พรีเมียร์ ลีก 2 สมัย (เดือน ก.ย. 2002 และ ส.ค. 2003)
นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี เอฟเวอร์ตัน 2 สมัย (ฤดูกาล 2005-06 และ 2006-07)

►ผลบอล FinalGoal

► ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นได้แล้ววันนี้ Andriod & IOS

Leave a Reply