จอร์จินโย ไวนัลดุม (Georginio Wijnaldum) หรือชื่อเต็มว่า จอร์จินโย เกรเจียน เอมิเล ไวนัลดุม
(Georginio Gregion Emile Wijnaldum) เกิดเมื่อวันที่ 11 พ.ย. ปี 1990 ที่เมืองรอตเตอร์ดัม
ประเทศเนเธอร์แลนด์
สมัยเป็นเด็ก ไวนัลดุม เติบโตในเมืองรอตเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยอาศัยอยู่กับยาย
ส่วนพ่อและแม่เป็นคนซูรินาเม ประเทศหนึ่งในทวีปอเมริกาใต้
อย่างไรก็ดี ไวนัลดุม ไม่ได้ชอบฟุตบอลตั้งแต่เด็ก แต่มีวันหนึ่งได้เข้าไปชมการฝึกซ้อมของ สปาร์ตา
รอตเตอร์ดัม สโมสรดังประจำเมือง ตามคำเชิญชวนของญาติ
จึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนให้หันมาสนใจฟุตบอล ก่อนจะได้เข้าร่วมทีมเยาวชนของ สปาร์ตา ตั้งแต่อายุ 6
ขวบ

นักเตะดาวรุ่ง


จากเด็กไม่ชอบฟุตบอล แต่เมื่อเล่นจริงจัง ไวนัลดุม ก็ฉายแววเก่งอย่างรวดเร็ว
จนได้รับการทาบทามจากสโมสรใหญ่ในประเทศอย่าง อาแจกซ์, พีเอสวี และเฟเยนูร์ด
อย่างไรก็ดี ไวนัลดุม บอกปัดทุกทีม โดยให้เหตุผลง่ายๆ ว่า ไม่เคยดูฟุตบอลทางทีวี
และไม่รู้จักนักเตะชุดใหญ่ของทีมไหนเลย โดยรู้จักแค่นักเตะดังของทีมชาติเนเธอร์แลนด์เท่านั้น
และการฝึกฟุตบอลกับ สปาร์ตา ก็มีความสุขดีอยู่แล้ว
ไวนัลดุม เล่นอยู่กับทีมเยาวชนของ สปาร์ตา เป็นเวลา 7 ปี
จนได้รบโอกาสติดทีมชาติเนเธอร์แลนด์ชุดเยาวชนหลายรุ่น
และเป็นหนึ่งในกองกลางดาวรุ่งที่น่าจับตาของประเทศ
จนกระทั่งปี 2004 ไวนัลดุม เลือกย้ายไปทีมเยาวชนของ เฟเยนูร์ด ทีมในเมืองเดียวกัน
เพราะเชื่อว่าจะมีโอกาสก้าวหน้ามากกว่า เนื่องจาก เฟเยนูร์ด เป็นสโมสรใหญ่ในเนเธอร์แลนด์

หลังจากนั้น ฝีเท้าของ ไวนัลดุม ยังพัฒนาไม่หยุด จนกลายเป็นหนึ่งในนักเตะดาวรุ่งที่โดดเด่นของ
เฟเยนูร์ด รุ่นเดียวกับ เลรอย เฟร์ และได้รับโอกาสให้ร่วมเข้าแคมป์เก็บตัวกับทีมชุดใหญ่ ในเดือน ม.ค.
ปี 2007 ขณะมีอายุเพียง 16 ปี ก่อนจะได้ลงสนามกับทีมชุดใหญ่นัดแรก เมื่อวันที่ 8 เม.ย. ปีเดียวกัน
ด้วยวัย 16 ปี 148 วัน กลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร
ตามมาด้วยประตูแรกในเดือน ธ.ค. กลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดของ เฟเยนูร์ด ที่ยิงได้ในเกมลีก
เมื่อได้เริ่มลงสนาม ไวนัลดุม ก็กลายมาเป็นตัวหลักของ เฟเยนูร์ด
โดยได้ลงสนามให้กับทีมชุดใหญ่ในเกมลีก 111 นัด ยิงได้ 23 ประตู ระหว่างปี 2007 จนถึงปี 2011
หลังจากนั้น ไวนัลดุม ตัดสินใจย้ายไป พีเอสวี ด้วยค่าตัว 5 ล้านยูโร หรือประมาณ 170 ล้านบาท
ช่วงซัมเมอร์ ปี 2011 และกลายมาเป็นกองกลางตัวหลักของทีมทันที
ก่อนจะได้รับเลือกให้เป็นกัปตันทีมคนใหม่ ภายหลัง มาร์ค ฟาน บอมเมล กัปตันคนเก่า เลิกเล่นฟุตบอล
ขณะที่ เควิน สตรอทมัน ย้ายไปร่วมทัพ โรมา
แม้จะได้เป็นกัปตันทีม แต่ทว่า ฤดูกาล 2013-14 ไวนัลดุม มีปัญหาบาดเจ็บบ่อยครั้ง จนได้ลงสนามแค่
11 นัด ก่อนจะกลับมางัดฟอร์มเก่งได้ในฤดูกาล 2014-15 จนสามารถพา พีเอสวี คว้าตำแหน่งแชมป์
เอเรดิวิซี ซึ่งเป็นสมัยแรกของทีมนับตั้งแต่ปี 2008
พร้อมกับคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของลีกไปครองด้วย
ไวนัลดุม อยู่ค้าแข้งกับ พีเอสวี จนถึงช่วงซัมเมอร์ ปี 2015 โดยตลอดระยะเวลา 4 ฤดูกาล
ได้ลงสนามในเกมลีก 109 นัด และยิงได้ 40 ประตู

แชมป์ยุโรป


ช่วงซัมเมอร์ ปี 2015 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ก็ขอซื้อตัว ไวนัลดุม ไปด้วยค่าตัวถึง 14.5 ล้านปอนด์
หรือประมาณ 550 ล้านบาท นับว่าเป็นการซื้อนักเตะค่าตัวแพงสุดในยุค ไมค์ แอชลีย์ เจ้าของสโมสร
ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการใช้จ่ายอย่างจำกัด
ไวนัลดุม ปรับตัวเข้ากับฟุตบอลอังกฤษได้อย่างรวดเร็ว โดยได้ลงสนามในเกมลีก 38 นัด ยิงได้ 11 ประตู
และแอสซิสต์อีก 5 ครั้ง แต่อย่างไรก็ดี ฤดูกาล 2015-16 นิวคาสเซิล จบด้วยอันดับโซนตกชั้นในตาราง
พรีเมียร์ ลีก ต้องหล่นไปเล่น แชมเปียนชิพ ส่งผลให้ ไวนัลดุม เริ่มมองหาสโมสรใหม่

ช่วงซัมเมอร์ ปี 2016 ลิเวอร์พูล เข้ามาซื้อตัว ไวนัลดุม ไปด้วยค่าตัวรวม 25 ล้านปอนด์ หรือประมาณ
950 ล้านบาท ซึ่งเป็นโอกาสให้ได้เล่นลีกสูงสุดต่อไป
ฤดูกาล 2016-17 ไวนัลดุม ได้รับความไว้วางใจจาก เยือร์เกน คล็อปป์ ผู้จัดการทีม
ให้เป็นตัวจริงต่อเนื่อง จนได้ลงสนามในลีก 36 นัด ยิงได้ 6 ประตู ช่วยให้ทีมจบอันดับ 4
ในตารางคะแนน พรีเมียร์ ลีก พร้อมได้ตั๋วลุยศึก ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก
ผลงานของ ไวนัลดุม ยังดีขึ้นเรื่อยๆ และในฤดูกาล 2017-18 ไวนัลดุม ยังคงเป็นตัวจริงของ ลิเวอร์พูล
โดยสามารถพาทีมไปถึงรอบชิงชนะเลิศ แชมเปียนส์ ลีก แต่ไปพ่ายให้กับ เรอัล มาดริด ด้วยสกอร์ 3-1
ได้แค่รองแชมป์เท่านั้น
ฤดูกาล 2018-19 ไวนัลดุม และลิเวอร์พูล ก็ไปถึงรองชิงชนะเลิศ แชมเปียนส์ ลีก อีกครั้งหนึ่ง
ด้วยผลงาน 2 ประตูจาก ไวนัลดุม ช่วยให้พลิกชนะ บาร์เซโลนา ในรอบรองชนะเลิศ ก่อนจะไปชนะ
ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ 2-0 ในรอบชิง กลายเป็นแชมป์ยุโรปสมัยที่ 6 ของสโมสร และสมัยแรกของ
ไวนัลดุม แม้โชคร้ายสุดๆ ในรายการ พรีเมียร์ ลีก เพราะเก็บได้ถึง 97 คะแนน แต่ยังเป็นรอง
แมนเชสเตอร์ ซิตี พลาดคว้าแชมป์ลีกแค่นิดเดียว

ทีมชาติเนเธอร์แลนด์


เส้นทางกับทีมชาติเนเธอร์แลนด์ของ ไวนัลดุม เริ่มจากเล่นในชุดเยาวชนรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี 19 ปี และ
21 ปี ก่อนจะประเดิมสนามกับทีมชาติชุดใหญ่ เมื่อวันที่ 2 ก.ย. ปี 2011 เป็นเกมรอบคัดเลือก ยูโร
2012 ดวลกับทีมชาติซานมารีโน พร้อมกับยิงประตูแรกได้ตั้งแต่นัดแรก
หลังจากนั้น ไวนัลดุม ก็ติดทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ชุดลุยศึก ฟุตบอลโลก ปี 2014 ที่บราซิล ซึ่งครั้งนั้น
ลุยส์ ฟาน กัลป์ เทรนเนอร์จอมเก๋า สามารถพาทีมชาติไปถึงรอบรองชนะเลิศ
แต่ไปพ่ายทีมชาติอาร์เจนตินา และลิโอเนล เมสซี ก่อนจะชนะทีมชาติบราซิล ในรอบชิงอันดับที่ 3
โดยเกมนั้น ไวนัลดุม ยิงประตูได้ด้วย
นับตั้งแต่ปี 2011 ถึงปัจจุบัน ไวนัลดุม ติดทีมชาติเนเธอร์แลนด์ไปแล้ว 59 นัด ยิงได้ 13 ประตู

รางวัลในการเล่นฟุตบอล

เฟเยนูร์ด
เคเอ็นวีบี คัพ 1 สมัย (ฤดูกาล 2007-08)

พีเอสวี
เอเรดิวิซี 1 สมัย (ฤดูกาล 2014-15)
เคเอ็นวีบี คัพ 1 สมัย (ฤดูกาล 2011-12)
โยฮัน ครอยฟ์ ชีลด์ 1 สมัย (ปี 2012)

ลิเวอร์พูล
ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก 1 สมัย (ฤดูกาล 2018-19)
ยูฟา ซูเปอร์ คัพ 1 สมัย (ปี 2019)

รางวัลส่วนตัว
นักฟุตบอลยอดเยี่ยมลีกดัตช์ 1 สมัย (ฤดูกาล 2014-15)

ที่มา

https://www.liverpoolfc.com/news/first-team/228499-georginio-wijnaldum-facts-no-8

https://www.transfermarkt.com/georginio-wijnaldum/profil/spieler/49499

https://en.wikipedia.org/wiki/Georginio_Wijnaldum

ดูผลบอล อย่าลืมนึกถึง แอปพลิเคชั่น FinalGoal มีให้โหลดทั้ง Andriod และ IOS

บทความที่น่าสนใจ

20 หนังฟุตบอลที่ต้องหาดูให้ได้ ไฮไลท์ฟุตบอล

ส่อง 20 แฟนสาวนักเตะดัง แต่ละคนไม่ธรรมดา

20 นักเตะน่าจับตา มูลค่าตลาดเพิ่มแรงสุดแห่งปี 2019

Leave a Reply